หวัดนก..ลามโลก ตื่นตัวแต่อย่ากลัว

จาก นสพ ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 17 ตุลาคม 2548

 

มหนาวโชยมาพร้อมกระแสข่าว โลกกำลังตื่นผวาการระบาด ของเชื้อไข้หวัดนก ระลอกใหม่

รัฐมนตรีกระทรวง สาธารณสุขสหรัฐฯ เดินทางมาดูการควบคุม ป้องกันไข้หวัดนกระบาด

ในเมืองไทย และประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมแผนรับมือฉุกเฉิน ขอร้องบริษัทผลิตวัคซีน ให้เร่งผลิตวัคซีนไว้สู้กับ

ไข้หวัดนก การระบาดครั้งนี้...ไม่เหมือน 2 ครั้งก่อน

การระบาดในช่วงปลายปี 2546-ต้นปี 2547 และปลาย 2547-ต้นปี 2548

เชื้อไข้หวัดนกจะระบาด เฉพาะในพื้นที่บริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน และประเทศในเอเชียตะวันออก

เฉียงใต้ ไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว เท่านั้น

แต่การระบาดที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ กลับพบเชื้อไข้หวัดนกในบริเวณกว้างมากขึ้น มีการระบาด

ข้ามทะเลไปถึงอินโดนีเซีย

 

จนทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศลำดับที่ 4 ที่มีรายงานพบเชื้อไข้หวัดนกในคนและเสียชีวิต รองต่อจากไทย เวียดนาม กัมพูชา

แถมเชื้อ H5N1 ที่พบในอินโดนีเซีย ถึงจะเป็น H5N1 เหมือนกัน แต่เป็น H5N1 คนละกลุ่มกับที่ระบาดในบ้านเรา

นอกจากนั้น ครั้งนี้ยังพบเชื้อในไซบีเรียของรัสเซีย แล้วลามลงมายัง ประเทศคาซัคสถาน...

ล่าสุด มีรายงานพบเชื้อในประเทศโรมาเนีย และตุรกี

 

เลยเป็นดัชนีชี้วัด...เชื้อไข้หวัดนกสามารถพัฒนาตัวเอง มาถึงขั้นกระจายไปสร้าง ปัญหาได้ทั่วทิศมากขึ้น

ทั่วทั้งโลกเลยตื่นตัวกลัวภัย เชื้อไข้หวัดนกที่ระบาดอยู่แต่เฉพาะในสัตว์ปีก น่าจะสามารถกลาย พันธุ์ข้ามมาผสมกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคนได้

จะกลายเป็นโรคมหันตภัยตัวใหม่ ที่คร่าชีวิตมนุษย์ได้มหาศาล

 

และองค์การอนามัยโลกได้ทำนายทายทักไว้ล่วงหน้า ถ้าเชื้อร้ายสามารถกลายพันธุ์ อย่างนั้นได้จริงเมื่อไร...

จะมีประชากรโลกเสียชีวิต 150 ล้านคน

สถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดนกปีนี้ วิกฤติน่ากลัวเหมือนอย่างหน่วยงาน สำคัญของโลกคาดการณ์ไว้อย่างนั้นหรือ?

 

“จริงๆ แล้ว สถานการณ์ยังไม่รุนแรงถึงขนาดนั้น เพราะเชื้อไข้หวัดนก ยังไม่สามารถ กลายพันธุ์มาผสมกับเชื้อไข้หวัดคนได้

การติดต่อจากคนมาสู่คนผ่านทางลมหายใจ เหมือนไข้หวัดคน ยังไม่เกิดขึ้น”

 

ศ.น.พ.ยง ภู่วรวรรณ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเฝ้าติดตามการ

กลายพันธุ์ของเชื้อ ไข้หวัดนกมาโดยตลอดกล่าว

ส่วนเหตุที่สหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลกตื่นตัว...เป็นการวางแผน เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแบบไม่ประมาท

ในอนาคต ปัญหานี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้

แต่ต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวไว้ เนื่องจากในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดในสัตว์ปีก

ทำให้พลเมืองโลกเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

 

ปี 2461 เกิดการระบาดของเชื้อ H5N1 หรือไข้หวัดใหญ่สเปน เริ่มครั้งแรกที่สเปนแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก

ทำให้ประชากรโลกเสียชีวิต ไปประมาณ 20-40 ล้านคน

 

วงการแพทย์ในขณะนั้นสันนิษฐาน เชื้อตัวนี้น่าจะมาจากฝูงนกอพยพแล้ว เกิดการผสมข้ามพันธุ์ กลายพันธุ์ทำให้เกิดการติดต่อ

จากคนไปสู่คน เป็นไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ที่ทำลายชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมาก

 

หลังจากการระบาดครั้งใหญ่ผ่านไป มีการระบาดระดับนานาชาติตามมาอีก 2 ครั้ง...

 

ปี 2500 เกิดระบาดของเชื้อ H2N2 หรือไข้หวัดใหญ่อาเซียน ในจีนแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก

ทำให้คนตายไปประมาณ 2 ล้านคน

 

การระบาดครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า น่าจะมาจากเชื้อไวรัสที่มากับสัตว์ปีก เกิดการผสมพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่คนในหมู แล้วกลายพันธุ์

ทำให้เชื้อสามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้

 

ปี 2511 เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ H3N2 ในฮ่องกง แล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก

ทำให้พลเมืองโลกเสียชีวิตไป 750,000 คน

 

ต้นตอสาเหตุที่ทำให้เชื้อนี้ติดต่อจากคนมาสู่คนได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า น่าจะมาจากเชื้อหวัดนกกับหวัดคนได้ไปผสมกลายพันธุ์ในหมู

แบบเดียวกับเชื้อ H5N1

“จะเห็นได้ว่าการระบาดของเชื้อไข้หวัดจากสัตว์มาสู่คนในอดีต การระบาดครั้งแรกจะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมาก จากนั้นจำนวนผู้เสียชีวิต

จะน้อยลงไปเรื่อย นั่นอาจจะเป็นเพราะความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ดีขึ้น การช่วยชีวิตจึงทำได้มากขึ้น รวมทั้งคนมีภูมิต้านทานต่อไวรัส

ที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน มีภูมิต้านทาน H2N2 เลยรับมือกับ H3N2 ได้

หรืออาจจะเป็นเพราะตัวเชื้อเองกลายพันธุ์แล้ว ความสามารถในการทำลายมนุษย ์อาจจะไม่รุนแรงเท่าเดิมก็เป็นได้ เพราะการกลายพันธุ์

มีทั้งแบบดีและร้าย กลายพันธุ์แล้วเชื้ออาจจะมีฤทธิ์มากขึ้น และอาจจะอ่อนแอลงก็ได้”

ถึงการกลายพันธุ์มีโอกาสทำให้เชื้ออ่อนแอลงได้ก็ตาม แต่สำหรับเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ที่กำลังโด่งดังในปัจจุบัน และชาติมหาอำนาจ

ตื่นตัวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเป็นเชื้อที่มีความร้ายแรงมากกว่าเชื้อหวัดตัวอื่นๆ

“อย่าง H3N2 ที่ทำให้คนตายไป 7.5 แสนคน เมื่อปี 2511 ความร้ายแรงในการทำให้คนเสียชีวิตนั้น มีแค่เพียงหนึ่งในแสนเท่านั้นเอง

มีคนได้รับเชื้อไปแสนคน แต่ทำให้คนตายได้เพียงคนเดียว

 

ไม่เหมือน H5N1 มีรายงานคนได้รับเชื้อไปทั้งหมด 116 คน เสียชีวิตไปแล้ว 66 คน นั่นแสดงว่า

มันมีความสามารถทำให้คนตายได้สูงถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ได้รับเชื้อแล้วทำให้คนเสียชีวิตได้มากกว่าครึ่ง

เลยทำให้เชื้อตัวนี้เป็นที่ถูก จับตามอง แบบเฝ้าระวังและเตรียมรับมือมากเป็นพิเศษ”

 

ถึงเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จะมีพิษภัยร้ายแรงก็ตาม แต่ ศ.น.พ.ยง บอกว่า ไม่ต้องกลัวให้มากเกินไป

“ผลจากการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับกรมปศุสัตว์ ถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อ H5N1 ที่แพร่ระบาดในเมืองไทย เพื่อติดตามดูการกลายพันธุ์

การตรวจที่ทำมาตั้งแต่ มีการระบาดครั้งแรกจนถึงเดือนกันยายน 2548 เราพบว่าเชื้อมีการกลายพันธุ์ไปบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของไวรัสไข้หวัดนก

แต่ก็ยังเป็นการกลายพันธุ์แบบไม่มีนัยสำคัญ”

 

สรุป! ยังไม่กลายพันธุ์ถึงขั้นติดต่อจากคนไปสู่คนเหมือนไข้หวัดใหญ่

 

สถานการณ์รับมือแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศขณะนี้ ศ.น.พ.ยง บอกว่า เราทำได้ดี แต่ยังไม่สามารถขจัดให้มันหมดไปได้

เนื่องจากมีปัญหาจากภายนอกประเทศ

“ตามมาตรฐานการดูแลโรคติดต่อ จะมีขั้นตอนปฏิบัติอยู่ 5 ขั้นตอน คือ ป้องกัน-ควบคุม-ทำให้น้อยลง-กวาดล้าง-ขจัดให้สูญพันธุ์

ตอนนี้ต้องบอกว่า บ้านเราอยู่ในระดับกลาง คือ ทำให้การระบาดน้อยลง การระบาดถึงจะมีอยู่ แต่ก็เป็นแค่เพียงบางจุด ไม่เหมือนครั้งแรก

ที่ระบาดในวงกว้าง ตอนนั้นเราไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์มาก่อน

ตอนนี้เราทำได้ดีแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นที่ 4 กวาดล้างเชื้อไข้หวัดนกได้ เนื่องจากเชื้อตัวนี้ไม่ได้แพร่ระบาดในบ้านเราประเทศเดียว

ประเทศเพื่อนบ้านยังมีการระบาด เชื้อจึงสามารถข้ามมายังบ้านเราได้”

ประกอบกับการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน มีปัญหาในเรื่องการเฝ้าระวัง เนื่องจากไม่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมใหญ่เหมือนบ้านเรา

ประเทศเพื่อนบ้านเลี้ยงสัตว์ปีกไว้กิน เป็ดไก่หลังบ้านติดเชื้อตาย 5-6 ตัว ไม่เป็นเรื่องแปลกผิดปกติ ที่ต้องแจ้งให้ทางการรับรู้

ต่างกับบ้านเราเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม เลี้ยงเป็นฟาร์ม เป็ดไก่ตายยกเล้า รวมทั้งเราให้ความรู้กับชาวบ้าน จึงมีการแจ้งข่าวสารให้ทางการทราบ

การแก้ปัญหาและควบคุมการแพร่ระบาดจึงทำได้ง่ายกว่า

ในเมื่อเราควบคุมการระบาดได้ไม่หมด แถมระบาดหนนี้เชื้อเก่งกว่าเดิม กินพื้นที่กว้างขึ้น

 

บ้านเราจึงยังต้องทำใจ...ระวังภัยไข้หวัดนกกันต่อไป.

Home page